โดย รองศาสตราจารย์พิบูล ไชยอนันต์

บทนำ

คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปิดให้มีการเรียนการสอนที่เกษตรกลางบางเขน ตั้งแต่ปี 2510 ก่อนหน้านี้การเรียนการสอนจะดำเนินการที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงแม้ว่าคณะฯ จะสังกัดอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ตาม หลักสูตรที่สอนที่คณะฯ จะเน้นทางด้านสัตว์เศรษฐกิจเป็นหลัก เมื่อเริ่มเปิดสอนปีแรกมีนิสิตเพียง 4 คน ปีต่อมาเพิ่มเป็น 10 คน และค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามลำดับ สภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัยในช่วงแรกมีสภาพเป็นชนบท มีการเลี้ยงไก่ สุกร และโคบ้าง ก็เปลี่ยนไป กลายเป็นสภาพเมือง มีหมู่บ้าน ร้านค้า เข้ามาแทน ทางคณะฯ ได้ประสบปัญหาด้านการเรียนการสอนสัตว์เศรษฐกิจ ไม่มีสัตว์ป่วย ไม่มีฟาร์มที่จะพานิสิตออกไปฝึกภาคปฏิบัติ ทางคณะฯ จึงเริ่มมองหาแหล่งที่จะไปตั้งโรงพยาบาลสัตว์ เพื่อให้นิสิตได้ฝึกภาคปฏิบัติการด้านสัตว์เศรษฐกิจ โดยมุ่งไปที่จังหวัดนครปฐม เนื่องจากเป็นแหล่งที่มีการเลี้ยงสุกรใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สัตว์ปีกก็มีพอสมควร และอยู่ใกล้จังหวัด-ราชบุรี ซึ่งมีการเลี้ยงโคนมอยู่เป็นจำนวนมาก และจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ เช่นเดียวกัน ทั้ง 2 แห่งนี้อยู่ในความสนใจของคณะฯ ที่จะไปเปิดการให้บริการทางวิชาการ และใช้เป็นที่ให้นิสิตได้ฝึกภาคปฏิบัติ

ทำไมถึงต้องสร้างคณะสัตวแพทยศาสตร์ที่วิทยาเขตกำแพงแสน

ในช่วงที่หม่อมหลวงชูชาติ กำภู ดำรงตำแหน่งเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านมองเห็นว่า ต่อไปในอนาคต เกษตรกลางบางเขนจะแออัดคับแคบ และไม่เหมาะกับหน่วยงานที่มีการเรียนการสอนทางภาคเกษตร เพราะเนื้อที่ที่จะใช้ศึกษาทดลองเกี่ยวกับการเกษตรจะลดน้อยลง และจะมีการขยายงานการศึกษาทางด้านสังคมมากขึ้น ประกอบกับเกษตรกลางบางเขนต่อไป ก็จะกลายเป็นเขตเมือง ไม่ได้มีสภาพเป็นชนบทเหมือนเดิมอีก จึงคิดจะจัดตั้งวิทยาเขตสำหรับหน่วยงานที่มีการศึกษาเกี่ยวกับภาคเกษตร เพื่อที่จะได้ขยายงานออกไป จึงได้รวบรวมพื้นที่ที่อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งมีราคาไม่สูงนัก เป็นจำนวน 8,000 ไร่ เพื่อใช้รองรับการขยายตัวของหน่วยงานในมหาวิทยาลัยต่อไป ประกอบกับในช่วงนั้น ทางธนาคารโลกได้ให้การสนับสนุนเงินกู้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อนำไปพัฒนาบุคลากร และการเรียนการสอน โดยก่อสร้างอาคารเรียน และจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ ที่ใช้ประกอบการเรียนการสอน โดยความเห็นชอบของรัฐบาล จึงทำให้โครงการที่วิทยาเขตกำแพงแสนเป็นรูปร่างขึ้นมา

หน่วยงานที่อยู่ในข่ายที่จะต้องไปเปิดการเรียนการสอนที่วิทยาเขตกำแพงแสนในขณะนั้นมี 4 คณะวิชา คือ คณะเกษตร คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะประมง คณะวิศวกรรมศาสตร์ และมีโรงเรียน-สาธิตของคณะศึกษาศาสตร์ ไปเปิดเพื่อให้บริการแก่บุตรของข้าราชการที่ทำงานในวิทยาเขตกำแพงแสน เมื่อรู้ว่าคณะฯ จะต้องไปเปิดการเรียนการสอนที่วิทยาเขตกำแพงแสนตามนโยบายของทางมหาวิทยาลัยก็มีคณาจารย์หลายท่านช่วยกันไปดูทำเลที่จะตั้งคณะฯ ซึ่งก็เห็นชอบตรงกันว่า ควรอยู่ติดกับถนนใหญ่ เพื่อความสะดวกในการให้บริการ การตรวจรักษาสัตว์ป่วยให้กับเกษตรกร แต่เมื่อผังรวมของวิทยาเขตได้ถูกกำหนดขึ้น ปรากฏว่าเขตการศึกษาถูกวางไว้บริเวณตรงกลางของพื้นที่ และมีพื้นที่เพื่อการทดลองอยู่โดยรอบ คณะฯ ของเราก็เลยต้องอยู่ในเขตดังกล่าวนี้ด้วย

เมื่อรู้ว่าจะต้องย้ายคณะฯ มาเปิดการเรียนการสอนที่วิทยาเขตกำแพงแสน ทางคณะฯ ก็ได้มีการออกแบบอาคารเรียน โรงพยาบาล ร่วมกับสถาปนิกของมหาวิทยาลัย ซึ่งในระยะแรกจะมีอาคารพรีคลินิก 1 หลัง อาคารโรงพยาบาลสัตว์ 1 หลัง อาคารสำหรับผ่าซากของภาควิชาพยาธิ 1 หลัง โรงเรือนสัตว์ป่วย 1 หลัง และบ้านพัก ซึ่งมีหน่วยบริการรักษาสัตว์เคลื่อนที่ร่วมอยู่ด้วย 1 หลัง ลักษณะของอาคารทางสถาปนิกได้ออกแบบทรงเตี้ยและปิดทึบ เพราะจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศทั้งหมดแต่ตอนหลังงบประมาณไม่เพียงพอ จึงทำให้ไม่สามารถติดตั้งเครื่องปรับอากาศได้ ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมาก เนื่องจากอากาศร้อนอบอ้าวจนไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ ทางคณะฯ ต้องหางบประมาณติดตั้งเครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็น เพื่อให้สามารถดำเนินการการเรียนการสอนได้

สำหรับงานฟาร์มสัตว์ทดลอง ทางคณะฯ ได้ขอใช้พื้นที่ทางด้านข้างของ คณะฯ แต่อยู่อีกฟากหนึ่งของถนน มีพื้นที่ประมาณ 90 ไร่ ได้ก่อสร้างโรงเรือนเล็ก ๆ เพื่อใช้เป็นที่เลี้ยงสุกร พื้นที่ส่วนนี้ ตั้งใจจะทำเป็นแปลงหญ้าเพื่อเลี้ยงโค แต่ปรากฏว่าดินมีลักษณะเค็มจัด ปลูกหญ้าไม่ค่อยขึ้น จึงต้องเลิกล้มความคิด และใช้เป็นที่เลี้ยงโค โดยสร้างโรงเรือนชั่วคราว เพื่อให้นิสิตได้ใช้ศึกษาในภาคปฏิบัติ

การก่อสร้างอาคารทั้งหมดได้แล้วเสร็จประมาณปี 2522 ทางคณะฯ จึงได้ย้ายนิสิตชั้นปีที่ 5 และ 6 ไปเปิดการเรียนการสอนที่วิทยาเขตกำแพงแสน ในระยะแรก ๆ ก็ประสบปัญหาค่อนข้างมาก เพราะบุคลากรที่สอนเกือบทั้งหมด ยังอยู่ที่เกษตรกลางบางเขน การเดินทางมาสอนมักจะเกิดปัญหาความล่าช้าเข้าสอนสาย และรีบ ๆ สอน เพื่อเดินทางกลับบางเขนให้ทันรถของมหาวิทยาลัยที่ให้บริการอยู่ บรรยากาศการเรียนการสอนจึงเป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น นิสิตเองก็ว้าเหว่ ไม่ค่อยได้พบอาจารย์ผู้สอน นอกจากในชั่วโมงสอนเท่านั้น ซึ่งต่อมาทางคณะฯ ก็ได้มีคำสั่งย้ายบุคลากรที่มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนไปประจำที่วิทยเขตกำแพงแสน และขอให้ทางมหาวิทยาลัยจัดบ้านพักให้ จึงมีบุคลากรส่วนหนึ่งมาอยู่ประจำ เมื่อคณะฯ ได้อัตราใหม่ ก็จะบรรจุให้ทำงานที่วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อแก้ปัญหาด้านบุคลากร ทำให้บรรยากาศการเรียนการสอนของคณะฯ ที่กำแพงแสนดีขึ้น มี activity เพิ่มมากขึ้น

งานด้านการชันสูตรโรคสัตว์และบริการวิชาการ

เมื่อคณะฯ ได้ย้ายมาเปิดการเรียนการสอน และให้บริการทางวิชาการ เช่น การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาสัตว์ป่วย ก็พบว่ามีปัญหาที่สำคัญตามมา คือ งานชันสูตรโรคสัตว์ที่มีอยู่ยังไม่เข้มแข็งพอ ไม่สามารถแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรได้ทันท่วงที ทางคณะฯ จึงได้จัดหางบประมาณเพิ่มเติมให้เท่าที่จะจัดได้ ประกอบกับบุคลากรที่ทำงานประจำที่วิทยาเขตกำแพงแสน ได้ทุ่มเทการทำงานอย่างหนัก ทำให้งานชันสูตรโรค สามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถให้บริการและแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรได้ระดับหนึ่ง ซึ่งก็จะต้องพัฒนางานนี้ให้สมบูรณ์ ทันสมัยต่อไป

งานฟาร์มสัตว์ทดลอง

งานฟาร์มสัตว์ทดลอง เป็นหัวใจสำคัญอันหนึ่งสำหรับการเรียนการสอนและการค้นคว้าวิจัย เป็นการสร้างประสบการณ์และสร้างความมั่นใจให้นิสิต เมื่อตอนรู้ว่า คณะฯ จะต้องไปเปิดการเรียนการสอนที่วิทยาเขตกำแพงแสน ก็ได้ไปสำรวจพื้นที่ทางด้านหลังของวิทยาเขต ติดกับคลองชลประทาน เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับก่อสร้างงานฟาร์มสัตว์ทดลอง โดยมีความคิดจะทำเป็นฟาร์มตัวอย่าง มีการคัดเลือกพันธุ์ การจัดการที่ดี เพื่อให้เกษตรกรได้เข้ามาศึกษาและสามารถนำไปปรับใช้กับฟาร์มของตนเอง แต่ความคิดดังกล่าว ต้องล้มเลิกไป เนื่องจากว่ามีคณะอื่น ๆ ได้จับจองพื้นที่ดังกล่าวไว้หมดแล้ว

แต่ในที่สุด ในระยะหลังนี้ ทางมหาวิทยาลัยก็ได้อนุเคราะห์จัดพื้นที่ให้ทางคณะฯ ได้ดำเนินการจัดสร้างฟาร์มสัตว์ทดลองขึ้น ซึ่งมีทั้งโคนม สุกร และสัตว์ปีก ซึ่งอยู่ห่างจากบริเวณที่เคยไปดูไว้ในครั้งแรกไม่มากนัก จึงนับเป็นโอกาสดีที่คณะฯ จะได้เริ่มงานฟาร์มสัตว์ทดลองที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น

สำหรับนโยบายที่จะย้ายคณะสัตวแพทยศาสตร์ไปที่วิทยาเขตกำแพงแสน ทั้งหมด ก็ได้มีการปรับให้มีการย้ายไปเพียงบางส่วน เพื่อประโยชน์ทางด้านการเรียนการสอน และการให้บริการวิชาการแก่สังคม โดยให้ทางภาควิชาพรีคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์เล็กยังคงอยู่ที่บางเขน ส่วนภาควิชาทางคลินิก ให้ย้ายไปอยู่ที่วิทยาเขตกำแพงแสน

โรงพยาบาลสัตว์ หนองโพ (โรงพยาบาลสัตว์แห่งแรกของสถาบันการศึกษาในชนบท)

เมื่อพูดถึงคณะสัตวแพทยศาสตร์ กำแพงแสน แล้วไม่พูดถึงโรงพยาบาลสัตว์ หนองโพ ก็จะขาดความสมบูรณ์ไป เพราะโรงพยาบาลสัตว์หนองโพ ถือเป็นส่วนหนึ่งของคณะสัตวแพทยศาสตร์ กำแพงแสน ได้กล่าวไว้ในตอนต้นแล้วว่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะเน้นการเรียนการสอนทางด้านสัตว์เศรษฐกิจ การจัดตั้งคณะสัตวแพทยศาสตร์ กำแพงแสน ก็เป็นส่วนหนึ่ง เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว อย่างไร ก็ตาม ช่วงที่มาตั้งคณะใหม่ ๆ พื้นที่โดยรอบวิทยาเขต จะเต็มไปด้วยไร่อ้อยเป็นส่วนใหญ่ มีการเลี้ยงเป็ดและสุกรอยู่บ้าง ตอนนั้นคณะฯ มีความตั้งใจว่า จะส่งเสริมให้มีการเลี้ยงสัตว์ เช่น โคนม สุกร และสัตว์ปีก รอบ ๆ วิทยาเขต แต่ปัญหาใน ขณะนั้นก็คือ ยังไม่มีสัตว์เศรษฐกิจ ให้นิสิตได้ศึกษาและปฏิบัติอย่างเพียงพอ ดังนั้น ความคิดที่จะหาแหล่งที่มีการเลี้ยงปศุสัตว์เป็นจำนวนมาก จึงได้กลับมาอีก ตำบลหนองโพ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จัดเป็นแหล่งที่มีความพร้อมที่จะไปตั้งหน่วยงาน เพื่อให้บริการทางวิชาการแก่เกษตรกร และใช้ฝึกสอนนิสิตทางด้านปฏิบัติได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นแหล่งที่มีการเลี้ยงโคนมมากที่สุดในประเทศไทย จนสามารถจัดตั้งเป็นสหกรณ์โคนมในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ นอกจากนั้นก็ยังมีฟาร์มสุกรอยู่มากพอสมควร และยังอยู่ใกล้จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงสุกรมากที่สุดอีกด้วย ดังนั้น ทางคณะฯ จึงตกลงใจเลือกสถานที่นี้ในการตั้งหน่วยงาน แต่ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการก่อสร้างอาคารถาวร ทางคณะฯ ได้ทดลองทดสอบความนิยมของเกษตรกรที่จะใช้บริการของคณะ โดยได้ไปเช่าห้องแถว ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับสถานที่ตั้งโรงพยาบาลสัตว์ หนองโพ ในปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นที่ทำการชั่วคราว โดยจัดอาจารย์ 2 นาย คือ อาจารย์สุวิชัย โรจนเสถียร และอาจารย์ศิริชัย วงศ์นาคเพ็ชร อยู่ประจำ เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร ทางคณะฯ ได้จัดรถไว้ให้ 1 คัน เพื่อให้บริการนอกสถานที่ และมีอาจารย์สมุทร สิริเวชพันธุ์ และอาจารย์ประพันธ์ เกษสังข์ ไปช่วยเป็นครั้งคราว โดยให้บริการอยู่เกือบ 2 ปี ปรากฏว่า ได้รับการตอบรับจากเกษตรกรเป็นอย่างดี ทางคณะฯ จึงดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสัตว์ หนองโพ ขึ้น เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และเป็นสถานที่ฝึกของนิสิต โดยมอบให้ข้าพเจ้าติดต่อกับทางสหกรณ์โคนมหนองโพ ให้ช่วยจัดหาสถานที่ให้ ทางคณะฯ จะได้ของบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารต่อไป ข้าพเจ้าจึงได้เดินทางไปปรึกษากับคุณประยูร แจ่มเวหา ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการของสหกรณ์โคนมหนองโพซึ่งท่านก็เห็นด้วยและยินดีช่วย โดยจะนำเรื่องเข้าพิจารณาในคณะกรรมการของสหกรณ์ และขอให้ข้าพเจ้าเข้าไปชี้แจงรายละเอียดของ วัตถุประสงค์ในการมาตั้งโรงพยาบาลด้วย ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้เข้าไปชี้แจงในที่ประชุมฯ และได้รับความร่วมมือด้วยดี แต่คณะกรรมการไม่สามารถใช้เงินของสหกรณ์ฯ มาจัดซื้อที่ดินมอบให้แก่ทางคณะฯ ได้ และได้ แนะนำให้ข้าพเจ้าเข้าไปชี้แจงในที่ประชุมใหญ่ของสหกรณ์ เพื่อขอความเห็นชอบจากสมาชิกทั้งหมด ซึ่งเมื่อข้าพเจ้าได้ชี้แจงให้สมาชิกทั้งหมดได้ทราบ ถึงผลประโยชน์ที่ทางสมาชิกจะได้รับ และประโยชน์ที่นิสิตนักศึกษาที่เรียนในสาขาวิชาชีพนี้จะได้รับ สมาชิกในที่ประชุมใหญ่ก็เห็นชอบให้กรรมการของสหกรณ์ดำเนินการจัดซื้อที่ดินให้แก่ทางคณะฯ ได้

หลังจากได้รับมอบที่ดินแล้ว คณะฯ ก็ได้ไปสร้างอาคารชั้นเดียวหลังเล็ก ๆ เพื่อใช้เป็นที่ทำการ และเก็บรถยนต์ที่ใช้บริการนอกสถานที่ 1 หลัง และสร้างบ้านพักของอาจารย์และนิสิตอีก 1 หลัง เป็นบ้านชั้นเดียวใต้ถุนสูง เพื่อเปิดให้บริการแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และเริ่มส่งนิสิตไปฝึกงาน เมื่อได้ ดำเนินการไปช่วงระยะหนึ่ง คณะฯ ก็ดำเนินการของบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลสัตว์ แต่ได้รับการทักท้วงจากสำนักงบประมาณว่า สถาบันการศึกษาต้องไปสร้างโรงพยาบาลสัตว์ในชนบทด้วยหรือ เห็นมีแต่กระทรวง กรม เท่านั้น ที่ไปสร้างโรงพยาบาลในชนบท ส่วนคณะวิชาต่าง ๆ มักจะสร้างโรงพยาบาลไว้ในส่วนของคณะเอง ข้าพเจ้าจึงได้พาเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณไปดูโรงพยาบาลสัตว์ที่บางเขน ซึ่งมีแต่สัตว์เลี้ยงเท่านั้นที่มารับบริการ และที่โรงพยาบาลสัตว์กำแพงแสน ซึ่งก็มีสัตว์เลี้ยง สุกร และสัตว์ปีกบ้างที่มาขอใช้บริการ และได้เรียนให้เจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณได้ทราบว่า คณะฯ มีความประสงค์จะผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพทางด้านปศุสัตว์ออกไปรับใช้สังคม โดยเฉพาะโคนม ซึ่งนับวันจะได้รับความนิยมจากเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น ที่ตำบลหนองโพ ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงโคนมมากที่สุดในประเทศไทย เกษตรกรผู้เลี้ยงมีความต้องการที่จะใช้บริการทางด้านสัตวแพทย์เป็นอย่างมาก โดยจัดซื้อที่ดินมอบให้แก่ทางคณะฯ เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสัตว์ต่อไป ซึ่งการจัดตั้งโรงพยาบาลสัตว์บนที่ดินดังกล่าวนี้ นอกจากเกษตรกรจะได้รับประโยชน์แล้ว ทางคณะฯ เองก็ได้รับประโยชน์ทางด้านการเรียนการสอน การค้นคว้าวิจัย และการฝึกภาคปฏิบัติของนิสิตอีกด้วย ทางสำนักงบประมาณจึงได้จัดสรรงบประมาณมาให้ดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลสัตว์หนองโพ หลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ ก็สามารถเปิดบริการให้แก่ประชาชน ทั้งทางด้านสัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจ ซึ่งก็มีผู้มาขอใช้บริการจากจังหวัดนครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ต่อจากนั้นคณะฯ ได้ของบประมาณเพื่อก่อสร้างหอพักนิสิต อาจารย์ และห้องประชุม เพื่อรองรับงานที่เพิ่มขึ้น

ปัญหาจากการขยายหน่วยงาน

จากการที่คณะฯ ได้ขยายหน่วยงานการเรียนการสอน และให้บริการทางวิชาการออกไปทั้ง 3 แห่ง ทำให้เกิดผลดีและผลเสียตามมาหลายประการ กล่าวคือ

ผลดี คณะฯ สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อให้บริการทางวิชาการแก่สังคมได้มากขึ้น ทั้งประเภทสัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจ เป็นการช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ นิสิตมีโอกาสได้ ฝึกภาคปฏิบัติ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้แก่ตนเอง เป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ตนเอง คณาจารย์มีโอกาสศึกษาค้นคว้าวิจัยปัญหาต่าง ๆ ในสัตว์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกร ยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้เพื่อนำไปใช้สอนนิสิตต่อไปได้ด้วย

ผลเสีย จากการที่ต้องมีหน่วยงานหลายแห่ง จึงจำเป็นต้องกระจายบุคลากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อให้ทุกแห่งสามารถดำเนินการได้ บุคลากรต้องทำงานหนักมากขึ้น ซึ่งต้องการความเสียสละอย่างมาก จึงจะทำให้งานดำเนินไปด้วยดี อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ประกอบการเรียนการสอนและให้บริการ ก็จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งเครื่องมือที่มีราคาแพงก็ไม่สามารถจัดให้ได้ทุกแห่ง ทำให้บางครั้งการทำงาน ก็ไม่สะดวก นอกจากนั้นงบประมาณที่ได้รับอย่างจำกัด ก็ต้องเฉลี่ยให้กับทุกหน่วยงานตามความจำเป็น ซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้จะวิกฤติมากในช่วงระยะแรก ๆ ต่อมาก็จะค่อย ๆ บรรเทาลง เมื่อคณะฯ ได้รับงบประมาณสนับสนุนเพิ่มมากขึ้นตามภาระงานที่ทำ อย่างไรก็ตาม ด้วยความเสียสละของคณาจารย์และบุคลากร ทำให้สามารถดำเนินการมาด้วยดี สามารถพัฒนาหน่วยงานมาเป็นลำดับจนถึงปัจจุบัน สามารถกล่าวได้ว่า คณะฯ มีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน ที่จะผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมอย่างมีประสิทธิภาพ และดำเนินงานวิจัยได้หลากหลายสาขาวิชา ผลิตผลงานออกมาจนเป็นที่ยอมรับ ทั้งภายในแลต่างประเทศ สามารถที่จะเปิดการเรียนการสอนในระดับนานาชาติได้ คาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จะสามารถรับนิสิตนักศึกษาจากต่างประเทศมาเรียนที่คณะฯ และมีโครงการฝึกอบรมนานาชาติทางด้านปศุสัตว์ ซึ่งก็จะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับคณะฯ มากยิ่งขึ้น


กลับไปหน้าหลัก